รีบอัพ...ตามที่สัญญาว่าจะขยัน กลัวคนหายเนื่องจากได้รับเสียงตอบรับดี ขณะนี้เวลาประมาณ 4โมง กว่าๆ มีคนเม้นถึง 4 คน
โอ้ ดีใจๆ
อัพๆ ขนแขนสแตนอัพ เดท วันนี้ แนะนำพระเอกซึ่งก็คือปรัชญา และ นางเอกเรียกน้องเมจิกดีก่า...555+ น่ารักกว่าแยะ
1. ปรัชญา : Philosophy
พูดถึงปรัชญาแล้วอยากถามทุกคนว่า นึกถึงอะไร? เชื่อว่าหลายๆคน นึกถึงคำคมมาก่อน จากฟอเวิดแมวพวก ปรัชญาจากผ้าขี้ริ้ว หรือ ปรัชญายามฝนพร่ำ บอกตามตรง "ข้อคิด" เหล่านี้ทำให้ผมเกิดอาการเหม็น
ขึ้นในบางที บางครั้ง...เพราะทำให้เรา(คนทั่วไป)เข้าใจผิดเกี่ยวกับแก่นแท้ของปรัชญา และละเลยวิชาบริสุทธิ์ที่ถือว่าสำคัญยิ่งของมนุษยชาติ...อาจจะฟังดูเวอร์ แต่มันก็เว่อร์ตามนั้นจริงๆ ขอโบก
ในบางอารมณ์ผมก็คิดว่า เราน่าจะยัดปรัชญาเป็นวิชา "เลือก" (หมายถึงเลือกจริงๆ ไม่ใช่บังคับเลือก ก็คือ บังคับนั้นแล)ของเด็กมัธยมนะ การเรียนเฉพาะในมหาวิทยาลัยมันออกจะสายไปหน่อย แต่ก็เข้าใจ เพราะบางคนมันไม่เข้าแกวเลยซะจริงๆ
ปรัชญา นั้นต่างจากคำคมมากนักขอให้ตระหนักไว้เช่นนี้ก่อน มาดูความหมายของคำว่า ปรัชญา และ Philosophy ก่อนดีกว่า เรียกว่าขอเปิดเล็คเชอร์เขียนเอาเลย 55+
คำว่า Philosophy เครื่องสำอางค์ราคาแพงบนเค้าเตอร์ นี้มันมีความหมายว่า "ความรักในความรู้=Love of Wisdom" มีรากจากภาษากรีก เพราะต้นกำเนิดของวิชานี้ถือได้ว่ามาจากกรีกโบราณนั้นเอง
ส่วนคำว่า ปรัชญา ภาษาไทยของเราฟังดูเลิศหรูอลังกาล+งงงวย สับสน จึงมีคนเอาไปใช้แบบมั่วๆ ให้คนฟังอู้วฮู เล่น ตกลงแล้วมันแปลว่าอะไรกัน คำๆ นี้ได้รับการบัญญัติโดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ มาจากคำว่า ปร(ประเสริฐ)+ชญา(รู้) รวมกัน จึงแปลว่า "ความรู้อันประเสริฐ" นั้นเอง
อะไรนะ
รู้ความหมายแล้วมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย วิชาปรัชญาจึงเป็นวิชาลึกลับต่อไป อย่าเพิ่งสิ้นหวังอย่างนั้น แม้ความหมายของมันจะไม่ได้ช่วยอะไรมาก แต่ก็ทำให้เรารู้ว่า "ปรัชญาผ้าขี้ริ้ว" จะเป็น "ความรู้อันประเสริฐของผ้าขี้ริ้ว" ไปไม่ได้
แค่นี้ผมก็ดีใจแล้ว
ตกลงวิชาปรัชญาศึกษาเรื่องอะไรล่ะ?
ขอต่อยอดมาจากความหมาย ไอ้ที่ว่าความรู้และรู้ประเสริฐนั้นเป็นอย่างไร? มันคือ ศาสนา ใช่ไหม? เพราะผมมักได้ยินคนรวบยอดวิชาปรัชญา+ศาสนาเข้าไว้ด้วยกัน เอาละ เราใกล้มาถูกทางแล้ว เดินตามอีกนิดหน่อยจะได้ไม่หลงนะคับ อย่าหาว่าไม่เตือน
มาแยกแยะปรัชญาและศาสนาก่อนดีกว่า...สิ่งหนึ่งที่สังคมชี้เป็นชี้ตายว่าเป็นคนดีหรือไม่นั้นคือ การนับถือศาสนา ปัจจุบัน คนบางกลุ่มที่นิยมศาสนาของตนถึงกับโบ้ยว่าคนนอกศาสนา ต่างความเชื่อนั้นคือคนชั่ว เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าพวกเขาเข้าใจปรัชญา
เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าถึงแม้ศาสนาเป็นสิ่งที่ดีงาม แต่กระนั้นความเชื่ออย่างไม่ลืมหูลืมตาก็ทำให้มนุษย์สร้างศาสนาเป็นอาวุธเสียได้
สิ่งที่เหมือนกันของปรัชญา และ ศาสนา ก็คือ ทั้ง 2 อย่างต่างค้นหา "ความจริง หรือ The truth" นั้นหมายความว่าเรากลับไปที่คำถามประหลาดๆตอนเด็กๆ เช่น หนูเกิดมาได้ยังไงคะปะป๋า? แล้วหนูจะทำอะไรต่อไป? และ Ultimate Question ก็คือ "หนูเกิดมาเพื่ออาไยคะ?" คำถามนี้หากใครเป็นพ่อเด็กคนนี้อาจจะอึ้งแดกได้...สุดท้ายจึงจบด้วยคำตอบที่ว่า "โตขึ้นแล้วหนูก็จะรู้เอง"
แต่เอ๋...เราโตมาใกล้บรรลุนิติภาวะ บางคนบรรลุอายุ20 แถกไป 30 ปลายๆ แล้วทราบรึยังครับว่าพระเจ้าสร้างเรามาเพื่ออะไร...ถามอย่างนี้ ทำให้ผมเองรู้สึกกลวงพิกล เป็นแบบผมกันบ้างรึเปล่า
เอาละ...หลังจากอ่านถึงตรงนี้รู้สึกเสียสูญชีวิตไร้ความหมาย ไม่ต้องกังวล ศาสนามีคำตอบ...
ศาสนาทุกศาสนาสอนให้เรา"เชื่อ"ถึงคำตอบของ Ultimate Question ที่ว่า "กรูเกิดมาทำไม?" "ตายแล้วใครจะมารับกรูไหม?" และอื่นๆ ปัญหาโลกแตกที่สามารถคิดได้ ทำให้มนุษย์เดินดินกินเงินค่าขนมอย่างผม มีความหวังในชีวิต และเป็นฟันเฟื่องที่มนุษย์อยู่ได้อย่างปกติสุข
แต่...เตือนความจำกันอีกนิดศาสนามีจุดมุ่งหมายให้เราสร้างสังคมที่ปกติสุข แต่ มนุษย์นี้เองกลับสร้างศาสนาเป็นอาวุธได้...เชื่อหรือไม่ ความเชื่อและศรัทธา สร้างได้ทั้งคนดี และ คนบ้า หากปราศจากการไตร่ตรอง และนี่เองที่ปรัชญาต่อต้าน
ความแตกต่างของปรัชญาและศาสนา ก็คือ ถ้าศาสนาสอนให้เชื่อ ปรัชญาก็สอนให้เลิกเชื่อ น่ะสิ...ฟังมิผิดดอก เลิกเชื่อ และตั้งคำถาม "พิจารณา" ความเชื่อนั้นก่อน...
คุณว่าไม่ดีเหรอครับที่จะพิจารณาเครื่องมือนั้นเสียก่อนจะนำไปใช้...อันนี้เป็นหลักการเล็กๆของปรัชญาที่ใครๆ ก็ควรนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
เห็นด้วยไหมคับ...
แต่ นักปรัชญาหน้าตาสุดโก๊ยแต่ละคนไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้ (ว่างๆ จะเอาใบหน้าของนักปรัชญาดังๆ มาให้ดูว่าโก้ย ขนาดใด
) นอกจากตั้งคำถาม ด่าแซะแงะกระจายถึงเรื่องความเชื่อ ก็ยังไม้ทิ้งไปง่ายๆ ในเรื่องความจริง หรือ The Truth แทนที่พวกเขาจะเดินตามคำสอนของศาสนา กลับค้นหาสิ่งนั้นต่อไปไม่หยุดยั้ง ซึ่งระหว่างทางนั้นเอง จึงเกิดวิทยาการ และ ศาสตร์ต่างๆ ขึ้นมามากมายให้เราได้ปวดหัว กระนั้นก็สุขสบาย เช่นปัจจุบัน
ยกตัวอย่างได้ไหม? ได้ครับ สำหรับคนน่ารักเช่นคุณ อย่างเช่น กระบวนการสังเกตทดลองตั้งสมมุติฐานของวิทยาศาสตร์ กระบวนการสังเคราะห์ วิเคราะห์ อุปนัย นิรนัย รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ กระบวนการยุติธรรม แม้แต่ฟิสิกส์ ก็ยังเป็นลูกของปรัชญาเลยนะเออ...ขอโบก อีกรอบ
พอจะเห็นแล้วใช่ไหมครับว่า ปรัชญา เป็นวิชาที่เป็นฐานความรู้ของสรรพวิชาการและสังคม แม้แต่ในปัจจุบัน ดังนั้นจะปล่อยให้วิชาซึ่งเป็นฐานนี้ผุพังไปมิได้ มิเช่นนั้นคงเป็นอย่างเช่นในประเทศของเรา อนึ่ง นี่เป็นทัศนะของผมจากข้อเท็จจริงที่ว่า ปรัชญาเป็น วิชา Top และมีแต่คนเก่งๆ เรียนในต่างประเทศ ซึ่งตรงข้ามกับบ้านเรา แต่ก็ดี ไม่อย่างนั้นผมคงเข้าเรียนไม่ได้
จบ ด้วยประการฉะนี้...เอวัง...
Ps เริ่มเขียนตอน 4 โมง เสร็จ 6 โมงเย็น