ไม่ได้เขียนซะนาน...แบบว่าน้อยใจ คนเม้นน้อย อุอุ....แต่ไม่เป็นไรเมื่อเรามีอารมณ์ เราก็จะกลับมา จะไม่พยายามทิ้งไปนานๆ...อิอิ
...ฟันคุดที่ผ่าออกไปดีขึ้นเยอะ แต่มันเปงหลุมอุกกาบาตใหญ่ๆ อยู่ในเหงือก ก็ช่างมันไม่เจ็บแล้ว หายไวกว่าที่คิด...อิอิ
วันนี้จะมาขยายความเกี่ยวกับปรัชญา ว่าควรจะรู้อะไรบ้างเพื่อไม่ให้สับสนเรื่องแขนงความรู้ เหมือนกับถ้าเรียนหมอก็คงแบ่งเป็นส่วนๆ เพราะการทำงานไม่เหมือนกัน ของปรัชญาจะเป็น แนวคิดที่ตีกรอบไม่เหมือนกันตามแต่ละแขนง ไม่รู้ว่าส่วนนี้จะเขียนได้ดีแค่ไหน...จะทำให้เข้าใจมากขึ้นไหม แต่ก็จะพยายามอธิบายโครงสร้างคร่าวๆ เพราะตอนกระผมเรียน ของที่มหาวิทยาลัย ก็พึ่งจะมาตระหนักได้ว่ามันคือพื้นฐาน แต่ตอนนั้นเรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง จริยศาสตร์อะไรหว่า อะไรหว่าสัจจะนิยม ประสบการณ์นิยม งงๆ...งวยๆ...
จนกว่าจะเข้าใจกระจ่าง พื้นฐานมันก็ผ่านไปเสียแล้ว(อย่าให้ตรูกลับไปรีเกรดนะ...หึหึ) ก็จะพยายามเรียงให้ดีที่สุด...เข้าใจง่ายที่สุดก็แล้วกัน...ตรงไหนไม่เข้าใจประการใด เชิญสอบถามได้เลยนะขอรับไม่ต้องเกรงใจ
Basic of Philosophy
อย่างที่ผมได้เกรินไว้ในเอ็นทรีแนะนำปรัชญาแล้ว ว่า ปรัชญาคือการค้นหาคำตอบของ Ultimate Question...จะพูดให้ง่ายๆ...กระชับรัดกุม เข้าใจโดยฉับพลัน ก็คือ ปรัชญาค้นหา"ความจริง" หรือ "The truth" ซึ่งเป็นนามธรรม...
การค้นหา The truth ของปรัชญามีการพัฒนาเป็นขั้นเป็นตอนต่อยอดมาตั้งแต่สมัยกรีก (ยังไม่พูดถึงตะวันออกนะขอรับ เพราะตะวันตกกับตะวันออกมีความแตกต่างกันเยอะที่เดียว) ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพคือปรัชญาเหมือนกับเส้นทางเดินยาวๆ ที่เปลี่ยนจากถนนลูกรัง เป็นถนนหิน แล้วเป็นคอนกรีตแบบปัจจุบัน ซึ่งระหว่างทาง เราจะเห็นความเจริญของเมืองรอบๆ ถนนที่เข้าถึง...กระนั้นถนนเส้นนี้ ไม่เคยมีจุดจบ...ปรัชญา ณ ปัจจุบันยังค้นหา The truth ที่ตรงตามนิยามไม่ได้ ต่างกับศาสนาที่กำหนดไว้ให้เสร็จสรรพ อยู่ที่ท่านจะเลือกเชื่อ เท่านั้นเอง
แขนงของปรัชญาแบ่งตามสายที่ค้นคว้า ถ้าให้เปรียบเทียบคือว่า การค้นหาความจริงของปรัชญามีถนนหลายเส้นที่พุ่งตรงไปจุดมุ่งหมายเดียวกัน ซึ่งแต่ละเส้นก็เกิดขึ้นในต่างช่วงเวลา...และมีความเชื่อมโยงกัน เราอาจจะสามารถเดาถึงจริยศาสตร์ของคนๆนึ่งได้ ถ้าหากรู้แค่เพียงอภิปรัชญาของเค้าเป็นต้น ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลา มาพบกับถนนเส้นแรกกันดีกว่า
1. Metaphysics : อภิปรัชญา
แค่ฟังชื่อก็หรูหราอลังกาลงานสร้างเกินบรรยายและเข้าใจได้ ถนนเส้นนี้ ถือเป็นเส้นที่เก่าแก่เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคแรกของปรัชญา คือ ตั้งแต่ยุคกรีก...ภาษาไทย "อภิปรัชญา" ไม่ต้องสนใจ เพราะมันแปลผิด...ความหมายเพี้ยนจาก Mataphysics ไปแยะ...เพราะฉะนั้น มาดูเฉพาะคำอังกฤษ
Metaphysics มาจากคำภาษากรีกว่า Meta (เหนือ) + Physis(ธรรมชาติ) รวมกันจึงเป็น "วิชาว่าด้วยความเหนือธรรมชาติ" เหนืออย่างไรกัน?...เหนือแบบเรียกฟ้าเรียกฝนหรือไม่?...หรือทำอะไรขัดธรรมชาติหรือ? ถึงตรงนี้หลายคนคงคิดไปถึงเรื่องเวทย์มนต์เพราะบล๊อกนี้มีตัวเอกอยู่ 2 ตัว...แต่ไม่ใช่ แม้ว่าชื่อวิชาจะเหนือธรรมชาติ แต่ปรัชญายังคงเน้นไปที่ความคิดมากกว่าทางกายภาพ...
Metaphysics ก็เป็นความคิดที่ค้นหาความจริงเส้นทางหนึ่ง ที่"เชื่อ"ว่า ความจริงไม่ได้อยู่บนโลกกายภาพ แต่อยู่ในโลกของความคิด...เริ่มเข้าเค้าแล้วใช่ไหมละ
...นักปรัชญาคนสำคัญของ Metaphysics ก็คือ เพลโต และ อริสโตเติ้ล ซึ่งพูดถึงในเรื่องของ โลกของแบบ (เอาไว้มาต่อกันคราวหน้า ทิ้งไว้ให้งง...
)
2.Ethic : จริยศาสตร์
ถนนเส้นนี้เป็นสิ่งที่เราคุ้นหูคุ้นตากันอย่างดี...ไม่พูดถึงมากก็คงเข้าใจ...แต่พูดไว้เพื่อให้เข้าใจได้ตรงกัน...ว่าจริยศาสตร์ สนใจและตั้งคำถามเกี่ยวกับ "ความดี/เลว ความดี/ชั่ว ควร/ไม่ควร" ซึ่งเป็นถนนอีกเส้นที่เก่าแก่ เกิดขึ้นร่วมสมัยกับ Metaphysics แต่เป็นวิชาที่เถียงกันไม่จบไม่สิ้น แม้ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า จริยศาสตร์นั้นอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน
แต่...ที่ว่าดีนั้นดีจริงหรือ? ดีอย่างไร? เลวอย่างไร? บรรทัดฐานสังคมบางอย่างที่บอกดีเลว ณ ที่แห่งหนึ่ง อาจจะใช้ไม่ได้ในที่แห่งหนึ่ง แล้วสิ่งนั้นควรได้รับการตัดสินว่าดีและเลว แล้วหรือ? ท่านเคยตั้งคำถามกับสิ่งเหล่านี้หรือไม่ เคยนิยามคำว่า "ความดี" ให้ตัวเองฟังรึเปล่า? แล้ว"ความดี"นั้นใครเป็นคนกำหนดขึ้น? ทำไมสิ่งที่ทุกคนบอกว่า"ดี"มันจะดีจริงหรือ แล้วดียังไง?
Ethic จึงเป็นสิ่งที่ In ไม่มี Out เสมอ...นักปรัชญาต่างให้ความสนใจในทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่ โสเครตีส, เพลโต, อริสโตเติ้ล, Immanuel Kant, Jesus, Budda, และ อื่นๆ อีกมาก
3.Epistemology : ญาณวิทยา
หรูอีกแล้ว...ญาณวิทยา นับเป็นแขนงที่ใหม่กว่าถนน2เส้นที่กล่าวมาแล้ว แต่จะว่าไปจริงๆ ก็ไม่ได้ใหม่มาก เกิดขึ้นพร้อมกับถนน 2 เส้นนั้นแล เพียงแต่ว่า ญาณวิทยาเริ่มบูมในช่วงยุค Enlightenment หรือประมาณศตวรรษที่ 19 เริ่มมีการศึกษากันเป็นจริงเป็นจัง เจาะลึกจนเป็นรากของวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน...ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วแหละ
โดยส่วนตัวอย่าหาว่าเห่อเข้าข้างวิชาตัวเอง
...ในบางเรื่องที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถล้วงได้ เช่น ระบบความคิด ความจำ การกำหนด และความเข้าใจ เพราะ เป็นเรื่องนามธรรม(อีกแล้ว) ในขณะที่ ปัจจุบันวิทยาศาสตร์ยังคงติดอยู่กับกายภาพเท่านั้น ไม่สามารถลงลึกไปมากกว่า ที่ประสาทสัมผัสบอกได้...
คำว่า Epistemology มาจาก episteme(ความรู้) + logos(ทฤษฎี,เหตุผล)จึงเป็น "ทฤษฏีว่าด้วยความรู้" ขอบข่ายที่วิชานี้ศึกษา ก็เพื่อทำความเข้าใจว่า ความรู้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร? มนุษย์คิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลได้อย่างไร? มนุษย์วิเคราะห์ สังเคราะห์ และวิจารณ์ความรู้ได้อย่างไร? เป็นต้น เพราะฉะนั้นเป็นแขนงที่ซับซ้อนมาก แต่ก็สนุก...คอนเฟิร์ม
4. Aesthatics : สุนทรียศาสตร์
ชื่อก็บอกแล้ว เป็นวิชาว่าด้วยความงาม มักใช้ในงานวิจารณ์ศิลปะ ยังเกี่ยวข้องกับญาณวิทยาด้วย ขอบข่ายวิชานี้ เราต้องตั้งคำถามกับความงาม เช่นว่า ทำไมสิ่งนี้จึงสวย? เพลงนี้จึงเพราะ? เรารับรู้ความสวยงามยังไง? เป็นต้น
พอแล้วเนอะ 4 อย่างรับไปเบาะๆ เพราะคนเขียนก็เริ่มมึนแล้ว (ฮา) ยังไงตกหล่นอะไรก็แนะนำติชมด้วยนะฮับ...แล้วจะกลับมาแก้ไข ^^
edit @ 14 May 2008 10:47:24 by !!!~.C.D.~!!!