2008/May/23

 

ดีค๊าบ หายไปนานมากๆ...= =" ตัวขี้เกียจไต่หลัง...อย่างไรก็ต้องขอบคุณเสียงตอบรับทุกๆ เสียงนะขอรับ ^^

วันนี้มาต่อเรื่อง อริสโตเติ้ล...ดองไว้เกลือขึ้นแล้ว ปัดๆ


ดูรูปเดิมก่อน...อิอิ...

จากคราวที่แล้ว เราจะเห็นว่า เพลโต สนใจแต่โลกของแบบ หรือ พูดให้เข้าใจง่าย โลกทางความคิด...ทำให้เค้าไม่สนใจโลกของวัตถุ"เลย"
และนั้น ก็เป็นสิ่งที่ อริสโตเติล ผู้เป็นลูกศิษย์ บอกว่าเป็นขอเสียของเค้าแหละครับ

Aristotle : The 4 Causes

ประวัติคาวๆ คร่าวๆ ของลุงคนนี้ เป็นทั้งอาจารย์ เป็นทั้งหมอ และนักชีววิทยา ลุงอริสโตเติลไม่มีงานเขียนด้านปรัชญาของตัวเองจริงๆ ครับ มีแต่ เล็กเชอร์ของนักเรียนที่เอามารวมๆ กันเป็นเล่มได้ 2 เล่มใหญ่ๆ เรียก "นิโครมาเคียน อิธิกส์" (Nicomachean Ethics) แต่เรายังอยู่ในส่วนของ Metaphysic อยู่งับ เพราะฉะนั้นเรื่องจริยศาสตร์ค่อยพูดกันทีหลัง

ครั้งที่แล้วเพลโตบอกว่า Form(แบบ) กับ Metter(วัตถุ) อยู่แยกจากกัน อิสระโดยสิ้นเชิง เหมือน ยูนิคอร์น ที่ไม่มีจริงในโลกของวัตถุแต่มีอยู่ในโลกของความคิด แต่พอมาถึงอริสโตเติ้ล เค้ากลับมองว่า ทั้ง Form และ Metter ต้องอยู่ร่วมกัน ถ้าไม่มี Metter ก็ไม่มี Form ถ้าไม่มี Form ก็ไม่มี Metter ทั้ง 2 สิ่งจึงต้องอยู่ร่วมกัน...งงละสิ เช่น เรามีแบบของแมวได้ เพราะว่า เราเคยเห็นแมวมาแล้วนั้นเอง...เอ้า...แล้วอย่าง ยูนิคอร์น ละ...อริสโตเติ้ลก็จะบอกว่าเรา เพราะเราเรียนรู้โลกของวัตถุ จึงเกิดเป็น "แบบ" ในความคิดเรา...เราต้องเคยได้ยินคำว่า ยูนิคอร์น มาก่อน เราถึงรู้ว่ามันมีแบบของยูนิคอร์นอยู่ด้วย ดังนั้นเอง สรุป ความคิดของอริสโตเติ้ล "Form+Metter" เสมอ

ดังนั้นเอง หลังจากที่เพลโตลอยขึ้นฟ้า อริสโตเติ้ลจึงพาเรากลับลงมาบนดินอีกครั้ง...เหมือนในรูปนั้นแล

ที่นี้มาถึงคำถามคราวที่แล้ว เกี่ยวกับ ไข่กับไก่ย่าง...อะไรเกิดก่อน...ผมคงตอบไม่ได้ แต่อริสโตเติ้ลบอกได้ว่ามันมีจุดเปลี่ยนยังไง นั้นก็คือเรื่องของ 4 Causes
อริสโตเติ้ลได้ตอบคำถามที่ โลกของแบบไม่สามารถพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงได้ ก็ 4 Causes นี่แหละคับ

1. The material cause : เหตุแห่งวัตถุ เปรียบคือ หินอ่อน
2. The formal cause : เหตุแห่งรูปแบบ เปรียบคือ พิมพ์เขียว
3. The efficient cause : เหตุแห่งศักยภาพ เปรียบคือ ผู้แกะสลัก , เวลา (เป็น Movement)
4. The final cause : เหตุสุดท้าย เปรียบคือ รูปสลักที่เสร็จแล้ว (เป็นเหตุที่สำคัญที่สุด เพราะกำหนดเหตุทั้ง3ข้างบน)

ในสิ่งๆ หนึ่งจะเปลี่ยนไปเป็นอีกสิ่ง นั้นอาศัย ต้นเหตุทั้ง 4 ประการนี่แล

ถ้าจะเข้าใจบทความนี้ง่ายๆ ต้องจินตนาการ เส้นของเวลา(Time Line)
เรามีไข่เป็น เหตุแห่งวัตถุ (Meterial Cause) ไข่ฟองนี้มี "แบบ" ของไข่ ซึ่งมีศักยภาพจะกลายเป็น ไก่ ซึ่งเป็น เหตุสุดท้าย(Final Cause)ของไข่อีกที แน่นอน ไก่ก็มีแบบของมันเหมือนกัน เมื่อเวลาผ่านไป ไข่ จะกลายเป็นไก่ใน 21 วัน(Efficient Cause) เพราะในไข่ มีพิมพ์เขียวของไก่แฝงอยู่(Formal Cause) แต่ ไข่ และ ไก่บน Time Line เคยเป็นสิ่งเดียวกัน...งงไหมเนี้ย


มีรูปอุบาทๆ ให้ดูประกอบจินตนาการ = ="

ในตรงข้าม จากไก่ ทำ ไข่...ก็ดำเนินอยู่บน Time Line โดย หลักการเดียวกัน
แม้แต่มนุษย์ จากเด็กอายุ 10 ขวบ ไปสู่ผู้ใหญ่อายุ 20 ปี เรียกว่ามี Form แบบ เป็นวินาที/วินาที ในทางนามธรรม


สุดท้ายนี้ มี Tip เล็กน้อย สำหรับการเรียนปรัชญา : ปรัชญาเรียนอย่างเข้าใจงับ แต่ไม่จำเป็นต้องเชื่อ เราเข้าใจความคิดของนักปรัชญาได้ โดยไม่ต้องเห็นว่ามันถูกต้อง ดั่งเช่นที่ อริสโตเติ้ลก็มองว่า ความคิดของเพลโตไม่ถูก...เช่นนี้แล้ว ความรู้จึงมีการต่อยอดและพัฒนา...ลัลลัลล้าาา~~

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เพราะงั้น เราจึงต้องคิดพิจารณาทุกอย่างที่เรียน
ไม่ใช่สักแต่ว่าเชื่อbig smile
#1  by  Kay At 2008-05-23 17:57, 
CD เรียนปรัชญาเหรอครับbig smile
#2  by  P.S. At 2008-05-26 19:49, 

<< Home


CarinateDien
View full profile