2008/May/01

 

*เอ็นทรีนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่กำลังจะไปผ่าฟันคุด จำเป็นต้องผ่า หรือต้องไปหาหมอฟัน...เพื่อไม่ให้เกิดอาการ Panic...ถ้าทู่ซี้อ่านต่อ...เตือนแล้วนะคับ อย่ามาโทษกันเน้อ...*

 

เช้าวันนี้(1 พ.ค.)ข้าน้อยมีนัด...แต่เป็นนัดที่ไม่อยากไปเลย...ฮือ...ถ้ามีวิทยายุทธเบี้ยวได้ก็จะเบี้ยว แง...แต่เผอิญฟันคุดมันปวด แล้วมันก็มีแนวโน้มจะปวดอีก...เพราะฉะนั้นลากันตรงนี้เถิดนะฟันจา...สังขารไม่เที่ยงๆ...

เท้าความก่อน...ข้าน้อยเคยขึ้นเขียงไปแล้วครั้งหนึ่ง ตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ลำลาไปก่อนแล้ว 2 ซี่ บน-ล่างฟันกรามในสุดด้านขวา...ถึงจะนานแล้วแต่ก็ยังสยองไม่หาย (รำลึกความหลัง)...

พูดถึงอาการก่อน...เท่าที่ข้าน้อยถามพูดมีประสบการณ์ อันได้แก่เพื่อนๆ ทั้งหลาย ฟันคุดมีหลายแบบ...ตั้งแต่นอนหลับปุ๋ยขนานไปกับกราม หรือ จะงอกไปงัดฟันซี่อื่นอันนี้ปวด...ส่วนของข้าพเจ้านั้น ติดเหงือกงอกไม่หมดเลยทำให้เหงือกอักเสบ เป็นระยะๆ....ถึงแม้ข้าพเจ้าจะเป็นเฉพาะฟันล่าง แต่คุณหมอบอกว่า ฟันบนก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ถอนไปซะ O[ ]O" ง้า....

ครั้งแรกที่ข้าน้อยไปผ่าฟันคุดซี่ขวา ก้าวไปด้วยใจมุ่งมั่น พอดีช่วงนั้น นักศึกษาทันตแพทย์ปิดเทอมกันงับ คนเลยดูบางตา แต่กระนั้น ก็มีคุณหมอที่เรียนทันตแพทย์จบเมืองนอกมา แล้วท่าทางจะสอบใบประกอบอาชีพในประเทศละมั้ง หมอข้าพเจ้าจบจากปากีสถาน มีโอกาสเม้ากันนิดหน่อย ^^

ครั้งนี้...นักศึกษาทันตแพทย์เปิดเรียนแล้ว คนเยอะผิดหูผิดตาจากครั้งแรก นั่งรอกันเต็มเลย แต่ที่มหิดลไม่ช้างับ แปปเดียวกะเรียกแล้ว ผมก็ได้หมอเป็นนศ.ทพญ (จำไม่ค่อยได่ว่าย่องี้เปล่า) ท่านนึง...ท่าทางเก่งนะ...ปลอบใจตัวเอง งานนี้ใจเต้นตึกตัก พอรู้ว่าตัวเองจะโดนอะไรบ้าง...เริ่ม Panic แล้วซี...

แล้วหมอก็เชิญเข้าห้อง เชิญนอนบนเตียง น่าจะพอนึกภาพออก ไอ้เตียงอัตโนมัติที่มันปรับได้...ตอนเดินผ่านทางหมอฟันเด็ก เค้าเขียนว่า เตียงขึ้นลงได้เหมือนเครื่องบิน....วิ๊~~ เขียงน่ะสิท่าน ....พอนอนลงเรียบร้อยแล้ว ผู้ช่วยก็เอาผ้าเขียวปิดหน้าปิดตา...เวลาเราร้องไห้น้ำตาซึมหมอจะได้ไม่ใจอ่อนไม่กล้าทำต่อ...หึหึ...ล้อเล่นง่ะ หมอจะได้มีสมาธิ แล้วเราจะได้ไม่สยองด้วย เพราะผ่าฟันคุดนี่ผ่าตัดเล็กเลยน่าท่าน...ขั้นตอนนี้ ครั้งแรกกะครั้งนี้ไม่ต่างกัน

ง่า...."อ้าปากกว้างๆ...นะคะ"...หมอเสียงหวาน "หนีไม่ได้แล้วนะจ๊ะ..." มะช่าย ข้างหลังไม่มี...หมอจะตรวจๆดูนิดหน่อย แล้วกะฉีดยาชา...อึยย...ขม...ขั้นตอนนี้จะเจ็บนิดๆ ถ้าตอนเด็กหมอจะหลอกว่ามดกัด...มดยักษ์น่ะสิ...ร้องหงิงๆ...นิดนึ่งพอให้หมอรู้ว่าเจ็บ เหอๆ...ครั้งแรกข้างขวา หมอสอบออกจาชำนาญผ่านไปได้ด้วยดีราบรื่น ชุดเดียวอยู่ (คิดว่า 4 เข็มนะ ล่าง 2 บน 2) ครั้งนี้ หมอใหม่ยังไม่ถอยป้าย เหมือนจะไปได้ดีงับ...แต่...คอยอ่านไปเรื่อยๆ น่อ....

ครั้งแรก...หมอสอบ จัดการฟันล่างที่คุดก่อน ฉีดยา แล้วดำเนินการค่อ ตอนกรอที่โหดร้ายมากกก...เสียงมันสยองเสียดแก้วหูและหัวใจ....งิ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...."อ๊ากกก จะบ้าตาย อ๊ากๆๆๆๆ...." ร้องได้แต่ในใจ รู้สึกว่ากรอนานมากกกก...กลิ่นเลือดตลบอบอวน มีรสเลือดด้วยสยองมากกก....ถ้าใครเป็นแวมไพร์เลิฟเวอร์คงชอบอ่ะ อร่อย...เหอๆๆ...ข้าน้อยสำลักไปรอบนึง เพราะลืมเอียงคอแล้วน้ำมันลงคอ...น้ำตาร่วงเลย แต่หมอไม่รู้ มันอยู่ใต้ผ้า...ฮือๆ...ก่อนจะถอนออกอย่างสวยงาม...งามไม่งามข้าน้อยไม่เห็นอ่ะ พอลุกหมอก็เก็บเรียบเลย แต่ได้ยินเค้าคุยกันว่าสวยนะ =__="  เหอๆๆ...สวยตอนนี้มันก็กลายเป็นขยะไปแระ...ตอนถอนฟันบน รวดเร็วมากกก ไม่รู้สึกเลย เหอๆ...แล้วเค้าก็เย็บๆๆๆ...งานนี้โดนเย็บซ้ำไปหน่อย เพราะ อาจารย์หมอให้เย็บห่างจากปากแผล อย่างไรก็ไม่ทราบ...ได้ยินว่าประมาณนั้น...เสร็จทั้ง 2 ซี่เค้าก็ให้กัดผ้า รับยา จ่ายเงิน...กลับบ้าน ไปดิ้นทุรนทุรายต่อ... ไม่ค่อยเจ็บมากนะ แต่บวมฉึ่งเลย เหมือนคางเบี้ยว อยู่หลายวัน

ครั้งนี้...หมอใหม่...จัดการซี่ซ้าย ถอนฟันบนก่อนงับ งัดๆดึงๆ ดันๆ...ข้าน้อยสาบานได้ว่าได้ยินเสียงมันฉีกออกจากเหงือก...ฮืออออ...เลือดกลบปากแง้วววว.... TT___TT เค้าค่อยๆ ทำอ่า มือใหม่...ระหว่างนั้นเค้าก็ถามอาจารย์หมอตลอด...เสียดายลุกมาไม่เห็นอาจารย์หมอ เลยไม่มีโอกาสขอบคุณ...ฟันบนผ่านไป ไม่นานเท่าไร...ฟันล่างตัวปัญหา เค้างัดสักพักไม่ขยับ เลยหันไปหยิบเครื่องกรอ (ข้าพเจ้าไม่เห็นหรอกนะ แต่เสียงกรอมันบอก) ...."อ๊ากก....ม่ายอาววววว" ร้องในใจ...ฮึกๆ...

งิ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...."เจ็บบบบบบบบบบ....." ไม่ได้พูดอ่างับ แต่ยกมือบอก... หมอเลยถามย้ำว่า "เจ็บเหรอคะ" เราก็พยักหน้า อยากจะบอกว่าคราวที่แย้วมันไม่เจ็บง่ะแต่พูดไม่ได้... หมอเลยไปเรียกอาจารย์หมอ....แล้วก็ได้ยินเสียงผู้ช่วย "ขอยาชา 1 หลอดค่า" ก็เลยโดนยาชาไปอีกจึก...งือออ...ขม...ไม่รุสึกแระมันชา...สักพักกรอใหม่ ก็ยังเจ็บง่า...งานนี้อาจารย์จัดการเองเลย (รึเปล่าก็ไม่รู้) " ขอยาชาอีกหลอดจ้า"...ไม่รู้โดนจึกไปเมื่อไร แต่พออาจารย์หมอจิ้มทดสอบ จิ้มแรงโคตร...แต่ไม่เจ็บแล้ว อาจารย์หมอเลยเฉลยให้ว่า "ฉีด(จิ้ม)ไม่ลึกพอ"....เหอๆๆ...ก็เลยกรอๆๆๆๆ...ต่อไป ดัง งิ๊ดดดดดดดดดดดดด...แต่ไม่นานเท่าครั้งแรก ถอนเสร็จตอนเย็บใช้เวลานิดนึ่ง แล้วให้กัดผ้าก๊อตก้อนเบอเร่อเลย... แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี...เง้อออ....

วันนี้กลับมาฝากรอยไว้แต่ความปวดร้าวววว....ประคบน้ำแข็ง เดินเข้าออกระหว่างจอคอมและตู้เย็น มันบรรเทาปวดได้ชะงักนักนะเออ...งานนี้...ข้าพเจ้าขอสาบานว่า จะดูแลรักษาฟันที่มีอยู่อย่างสุดชีวิต...ตราบชีวิตจะหาไม่...กลัวหมอฟันไปเลยฉัน...= ="

อ๋อ...เมนูอาหารเย็นวันนี้ พรุ่งนี้ และ ต่อๆ ไป....โจ๊ก...โจ๊ก และ โจ๊ก...(.   . !   )

 

สุดท้ายนี้ ข้าน้อยคงไม่ได้เป็นผู้ใหญ่อีกต่อไป เพราะฟันไม่ครบ 32 ซี่ ....เกี่ยวไหมเนี้ย = ="

แบ่งปันกันขำๆ นะขอรับ......แต่หมอทำดีที่สุดแล้วแหละ ยังไงก็ขอบคุณหมอทุกท่านที่ทนเรียนวิชายากๆ เพื่อรักษาบรรเทาความทุกข์ทั้งปวง...สู้ต่อไป...>___<b

2008/Apr/29

 

 วันนี้มาอารมณ์สบายๆ  เปลี่ยนมูดนิดหน่อย ไม่ยัดแต่เนื้อหาหนักหัว...อุอุ...แค่เจอในห้องเรียนก็พอแระเนอะ ...

 เวลาทุกคน...เศร้า...เซง...ซึม...หาที่พึ่งไม่ได้...แต่ละคนใช้อะไรจัดการกับปัญหาเหล่านั้นบ้างคับ  จะยังไงก็แล้วแต่ อย่าเดือดร้อนชาวบ้านก็แล้วกัน  สำหรับผมแล้ว "เสียงเพลง" นี่แหละ สุดยอดแล้ว

 

เพราะฉะนั้น วันนี้กระหน่ำฟังกันเข้าไปเล้ยยย...

เพลงแรก....ไม่รู้ว่าชื่ออะไร แต่รู้ว่าร้องโดย Hatsune Miku ซึ่งจริงๆแล้วเป็นแค่โปรแกรมสังเคราะห์เสียงที่เค้าเรียกว่า Vocaloid เท่านั้นเอ๊ง...โอ้...เทคโนโลยีโลกเราไปไวมากๆ  กำลังชอบสุดๆ แม้จะฟังไม่รู้เรื่องก็ตามที

เพลงที่2

อ่านไม่ออกเหมือนกัน รู้แต่ว่า...ซากุระ ซากุระ

แหะๆ เอามาฝาก 2 เพลง...เป็นเพลงโปรดของป๋มเอง

 

ถึงคราวหูตูบ youtube บ้าง...ถ้าใครใช้เน็ตลูกค้าร้องไห้ TOT แล้วเข้าดูได้เฉพาะบางคลิป สาเหตุและวิธีแก้ http://www.pantip.com/tech/internet/topic/IU2568496/IU2568496.html ตามนี้เลยคับ...ผมเพิ่งตาสว่างเหมือนกัน...โง่ไหมเนี้ย

 

สำราญโดยทั่วกัน...เอวัง...

edit @ 29 Apr 2008 23:54:14 by !!!~.C.D.~!!!

2008/Apr/28

 วันนี้เราได้รับเกียรติจาก "พิรุณราตรี" ผู้ยอมเปิดเผยให้ข้อมูลลี้ลับเกี่ยวกับ "เวทย์มนต์" หรือ น้องเมจิกจัง โปรดติดตามว่า ลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เลือดสาด ขนาดใด เตรียมผ้าห่มไว้คลุมโปง เพราะต่อไปนี้จะเป็นรายการ...การ...การ...การ...(เสียงเอคโค่หน่อย)  สัมภาษณ์พิเศษ : พิรุณราตรี ถึง เมจิกจัง...น่ากลัวตรงไหนเนี้ย บิ้วซะ...

 

ตัวละคร : 1. CD วันนี้แปลงร่างเป็นนักข่าว 2.พิรุณราตรี พ่อมดคลั่งรัก...(เย้ยยย...)

 

CD โหมดนักข่าว : ^^ อ่าา แนะนำตัวหน่อยจ๊ะ

พิรุณราตรี  : ได้ๆ

CD โหมดนักข่าว :ชื่อพิรุณราตรี นี่มีที่มายังไงพอบอกได้ไหม?

พิรุณราตรี : pluviet de nox แต่บอกไม่ได้หรอก เราอยู่ได้เพราะความลับนะ

CD โหมดนักข่าว : อืมมม...เรียกตัวเองว่าเป็นพ่อมดรึเปล่า

พิรุณราตรี : ก็เรียกได้นะ แตถึงจะไม่เต็มปากก็เถอะ

CD โหมดนักข่าว : เอ้า...งั้นถ้าให้เต็มปากว่าไรก๊ะ

พิรุณราตรี : ไม่รู้สิ...เราเป็นผู้ศึกษาบางครั้งการเรียกตัวเองว่าพ่อมดมันก้อเป็นเรื่องน่าตลกในสายตาของคนที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เราทำ

CD โหมดนักข่าว : ที่ว่าศึกษา ใช่ "เวทย์มนต์" รึเปล่า? ขอรับ

พิรุญราตรี : แน่นอน ใช่จ๊ะ

CD โหมดนักข่าว : (เข้า แก๊บ โฮะๆๆๆ)  อะแห่มๆๆ...เวทย์มนต์ในสายตาท่านคืออะไรหรือ?

พิรุณราตรี : เวทย์มนต์หรอ? ในสายตาผม มันก็แค่ความสามารถธรรมดาๆของมนุษย์นี่แหละ เพียงแต่ว่าเราสามารถเข้าถึงแล้วก็ดึงมาใช้ได้มากกว่ามนุษย์ทั่วไป โดยอาศัยหลายๆศาสตร์เข้ามาผสมผสานกัน

พิรุญราตรี : งงไปป่ะวะ!?!

CD โหมดนักข่าว : มึนนิดๆ แต่คิดว่า ไม่งงนะท่าน (ฮา)

CD โหมดนักข่าว : ยกตัวอย่างได้บ่? เผื่อมีคนน่ารักอ่านด้วย ที่ว่าหลายๆ ศาสตร์เช่นอะไรบ้าง

พิรุณราตรี : ก้อ เอาที่พอรู้จักกันก็...สะกดจิต ประมาณนั้น

CD โหมดนักข่าว : ไม่กลัวคนว่า งมงายเหรอ?

พิรุณราตรี : ไม่กลัวนะ เพราะมันไม่ได้งมงาย ถ้าคุณเข้าใจพวกเราคุณก้อจะเข้าใจว่าเราไม่ได้งมงาย แล้วก้อไม่ได้มีอะไรผิดกฎหมายหรือศีลธรรม ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

CD โหมดนักข่าว : จะให้เข้าใจว่ายังไงล่ะ? ในเมื่อคนทั่วไปมองว่าเวทย์มนต์มีแต่ในนิยาย คนที่เชื่อมีแต่พวกงมงาย Oo"

พิรุณราตรี : แต่ถ้าหาว่างมงาย แล้วเวลาโรงเรียนสอนให้สวดมนต์น่ะ แบบนั้นงมงายไหม? ไม่ได้ชี้นำว่าการสวดมนต์งมงายหรอกนะ มันเป็นสิ่งที่ดีนะ แล้วเราก้อสนับสนุนเรื่องเกี่ยวกับศีลธรรมแล้วก้อศาสนาด้วย แต่เท่าที่อยู่มาก็ไม่ได้ทำอะไรงมงายนิ เราเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องตรรกศาสตร์ แล้วก็ความคิดต่างๆ วิถีการดำเนินชีวิตมากกว่า

CD โหมดนักข่าว : ที่ยกเรื่อง สวดมนต์ตะกี้ สวดมนต์กับเวทย์มนต์ มันอันเดียวกันเหรอขอรับ Oo?

พิรุณราตรี : สำหรับผมถึงไม่ใช่มันก้อคล้ายๆอยู่ดีน่ะแหละ เวทย์มนต์ความหมายมันกว้างมากน้า

CD โหมดนักข่าว : กว้างยังไง พอขยายความนิดนุง Owo"

พิรุณราตรี :ก็เหมือนที่พูดไปไง มันก้อคือการเอาหลายๆเรื่องหลายๆศาสตร์มาผสมกัน เช่น การสะกดจิต จิตวิทยา วิทยากล อื่นๆอีกมากมาย การสังเกตด้วยเหล่านี้เป็นต้น คุณเคยมีเรื่องไม่สบายใจ หรืออะไรที่ทำให้จิตใจไม่สงบไหม?

CD โหมดนักข่าว : ทุกคนมันก็ต้องมีบ้างสินะฮะ Owo"

พิรุณราตรี : ถ้ามีแล้วศาสนาพุทธจะสอนอะไรล่ะ นอกจาก ทำใจให้สงบ ด้วยการ....นั่งสมาธิ ความรู้สึกผม มันก้อเหมือนการสะกดจิตตัวเอง ให้เรามีความสงบจากการนั่งสมาธิ ซึ่งการสะกดจิตแบบนี้สำหรับผมมันก็รวมอยู่ในคำว่าเวทมนต์ หรืออย่างการสวดมนต์ของศาสนาหนึ่ง เวลาสิ้นหวัง หรือเวลาใดๆที่ทำให้เราทุกร้อนใจเราก้อจะสวดมนต์ นั้นก้อคือจิตวิทยาอย่างนึง ซึ่งทำให้ผู้ที่เชื่อและศรัทธาในความเชื่อนั้นๆมีกำลังใจ สิ่งเหล่านี้สำหรับผมก้อเรียกได้ว่าเวทมนต์ทั้งนั้น

CD โหมดนักข่าว : งั้นแสดงว่า เวทย์มนต์ มีอยู่รอบตัวเรา?

พิรุณราตรี : โอ้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตรงประเด็นสุดๆ ใช่ครับผม !!!!!

CD โหมดนักข่าว : แล้วอย่าง เวทย์มนต์ในแฮรี่ละ เช่น ขี่ไม้กวาด ร่ายของเสกคาถา

พิรุญราตรี : ในทางทฤษฏีสามารถเป็นไปได้ แต่ทางปฏิบัติยากมากจนเป็นไปไม่ได้...

CD โหมดนักข่าว : แนะนำยังไง สำหรับคนที่สนใจ Owo"

พิรุณราตรี : ต้องมาลองคุยกันนะ สำหรับคนสนใจอ่ะ เพราะความจริงอาจจะไม่ใช่แนวที่ตัวเองวาดฝันไว้ แต่สำหรับคนที่อคติก็...ต้องลองเข้ามาสัมผัสสักนิด คิดว่าไม่ยากเกินความเข้าใจ ต้องเปิดใจเล็กน้อย

CD โหมดนักข่าว :  ยังไงวันนี้ก็ขอบคุณหลายๆ ^^ หวังว่า มีโอกาสจะขอความช่วยเหลือ สัมภาษณ์ อีกนะ

พิรุณราตรี : ช่วยเต็มที่อยู่ล่ะ ถ้าปัญญากรูถึงอ่ะ

 

โปรดใช้วิจารณญาณในเอ็นทรีนี้นะจ๊ะ  ด้วยความปรารถนาดี



CarinateDien
View full profile